Menu Close

รีวิว underwater (2020) มฤตยูใต้สมุทร

 underwater (2020)

มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ย้อนโต้แย้ง พวกเรามักกลัวสิ่งที่ไม่เคยทราบ แม้กระนั้นเวลาเดียวกันก็เผลอไผลและก็ต้องการรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ไม่รู้เรื่องนั้นด้วย เนื่องจากว่าหวังว่าเมื่อได้ทราบจะแน่ชัดแล้วจะหายกลัว จนกระทั่งตอนนี้ เมื่อมนุษย์ตรวจสอบโลกดูเหมือนจะทุกตารางนิ้วแล้ว ก็ยังเหลือ 2 ที่ที่ยังคงเป็นปัญหาดำสนิท ทำให้มนุษย์กลัวแล้วก็สงสัยอยากรู้ไม่หาย โน่นเป็น อวกาศกับก้นมหาสมุทร

แต่ถ้าว่ากันแฟร์ๆแล้ว อวกาศยังน่าสยดสยองน้อยกว่า เนื่องจากมันอยู่ด้านนอกโลก ถึงแม้ว่าจะจะมีอะไรเข้ามา มนุษย์บนโลกก็ยังได้โอกาสได้ทราบ ได้ตั้งตัวก่อน ในช่วงเวลาที่สมุทรเป็นพื้นที่ 2 ใน 3 ของโลก กล่าวได้ว่าอยู่ใกล้มนุษย์ใกล้นิดเดียว

เกริ่นไปอย่างงั้นเพื่อจะเข้าประเด็นว่า Underwater (2020) เป็นหนังอีกประเด็นที่นำความลี้ลับ ความน่ากลัว และก็ความหวาดกลัวที่มนุษย์ที่ต่อสมุทรลึกมานำเสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อท้ายที่สุดนี่มีครบทุกแบบอย่างความหวาดกลัวที่มนุษย์เราคงจะคิดโยงได้เกี่ยวกับสมุทร ทั้งยังกลัวความมืดดำ กลัวที่แคบ กลัวอยู่เพียงลำพัง กลัวแรงกดดันสูงบีบร่างกระทั่งแหลกเหลว บอกเลยว่าอย่างหนึ่งที่หนังประเด็นนี้ทำเป็นดีเยี่ยมเป็นถ่ายทอดความหวาดกลัวที่ว่ามาทั้งปวงนี้ให้ผู้ชมในโรงภาพยนต์สัมผัสได้ชนิดเดียวกันกับนักแสดง ไม่ว่าจะผ่านบรรยากาศ เสียง หรือมุมกล้องถ่ายภาพ ดูแล้วอึดอัดเรียกตัวละครเป็นเฮือกๆ

ในทางตรงกันข้าม หัวข้อนี้ลงรายละเอียดข้อมูลน้อยมาก เผยเพียงแค่เท่าที่มีความจำเป็นต่อการขับเขยื้อนเรื่องหรือบิ๊วอารมณ์บางสิ่ง ราวกับผู้กำกับรอเอามีดโกนของออคแคม (Occams’ Razor) ไล่สับข้อมูลที่ไม่สำคัญออกเป็นช่วงเปิดเรื่องมาไม่นาน คริสเตน สจ๊วต แปรงฟันเสร็จไม่ทันไร ก็จำต้องเพียรพยายามหนีตายจากฐานใต้น้ำที่กำลังจะพังทลาย เป็นผู้ชมไม่ต้องไปรู้ดีว่าผู้แสดงมีชีวิตทุกวันในฐานใต้น้ำนี่อย่างไร เพราะว่ามันไม่มีความจำเป็น หนังมีเวลาเพียงแค่ ชั่วโมง กว่าๆหรือจนถึงชีวิตส่วนตัว ภูมิหลังของผู้แสดง ก็จะได้ทราบโดยประมาณเท่าที่ผู้แสดงเพียงพอหาเวลาคุยบรรเทากันได้ระหว่างพากเพียรเอาชีวิตรอด แม้กระนั้นจะไม่มีตอนคุยเรื่อยเปื่อย (idle chat) ดูแล้วทำให้คิดว่า หนังมิได้บากบั่นรีบการเดินเรื่อง แต่ว่ามานะให้ผู้ชมเสียเวล่ำเวลาต่ำที่สุด

กล่าวถึงผู้แสดง หัวข้อนี้มีน้อยมาก ตลอดทั้งเรื่องมองเห็นหน้าค่าตากันเพียงแค่ 6 คน ซึ่งหนังกระจัดกระจายบท เกลี่ยเครื่องปรับอากาศไทม์ให้แต่ละตัวก้าวหน้า แม้กระนั้นอย่างที่บอกไปในย่อหน้าที่แล้วว่า หนังเผยความรู้สึกนึกคิดผู้แสดงน้อยมาก เลยทำให้ดูแล้วไม่รู้เรื่องสึกถูกใจหรือผูกพันกับผู้แสดงไหนเป็นพิเศษ (อย่างต่ำผมก็รู้สึกงี้นะ ไม่เคยรู้คนอื่นๆเป็นหรือไม่) ในขณะที่ทุกตัวมีความ likable ไม่มีนักแสดงชนิดน่าเบื่อหน่ายหรือเหมาะสมตายแบบในหนังคนร้ายเลือดสาดหลงมาด้วย ซึ่งก็บางทีอาจเป็นกุศโลบายให้ผู้ชมไม่ยึดติดกับนักแสดง แต่ว่าไป focus กับการพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดของนักแสดงรวมทั้งบรรยากาศของก้นมหาสมุทรลึกอันน่ากลัว

แล้วอะไรเป็นมูลเหตุที่ทำให้ผู้แสดงจำต้องหนีตาย? อะไรเป็นมูลเหตุที่ทำให้ฐานใต้น้ำที่พวกผู้แสดงนำอยู่กระหน่ำ? หากได้มองครั้งเซอร์หรือใบปิดหนังและก็ทายใจได้อย่างง่ายๆเลยว่า จะต้องมีสัตว์ยักษ์หรือตัวประหลาดอะไรสักอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับหนังกล่าวถึงการเอาชีวิตรอดจากสมุทรลึก แม้กระนั้นประเด็นนี้ทำให้เดามิได้เลยว่า ตัวประหลาดที่ว่านี้เป็นตัวเห้ไรกันแน่ ตอนต้นพบเป็นร่างตัวอ่อน มองลื่นๆหยึยๆมีหนวดหยุบหยับ เหมือนน้ำหมึกไม่มีตา ถัดมาพบตัวรูปร่างเหมือนคน มีสองแขนสองขา ปากเสมือนปากน้ำหมึก เป็นก็ฉุกคิดตั้งแต่มองเห็นลักษณะซึ่งคล้ายน้ำหมึกละ แล้วในส่วนท้าย หนังก็จะเผยออกมาว่า ตัวเหล่านี้เป็นเสมือนตัวอ่อนหรือปรสิตที่เกาะอยู่ตามร่างของตัวประหลาดยักษ์ มีสองแขน สองขา หัวมีหนวดน้ำหมึกยุ่บยั่บริษัท.. แม่เจ้า นี่มันคธูลูชัดๆขาดเพียงแค่ปีก (แม้กระนั้นอยู่ใต้น้ำ ปีกอาจไม่มีความสำคัญมั้ง)

สรุปเป็น มองมา ชั่วโมง กว่าๆเพื่อจะพบว่า Underwater เป็นหนังที่เอาตำนานเทวดาเปรตของเลิฟคราวฟต์มาใช้ซนๆอีกหัวข้อนี่เอง… ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีนะ ทำให้ไม่ได้นึกฝันจริงๆ(ว่าจะเล่นอย่างงี้เลย) แต่ว่าพอเพียงย้อนกลับไปรู้สึกว่า ธีมของประเด็นนี้เป็นการนำเสนอความหวาดกลัวเกี่ยวกับสมุทร การนำคธูลูเข้ามาใส่เอาไว้ภายในเรื่องก็นับว่าเข้าอยู่ เพราะว่าเทวดาหัวน้ำหมึกกับเทวดาเปรตของเลิฟคราวฟต์แต่ละตัวนี่เป็นผู้แทนของความหวาดกลัวล้วนๆเป็นความกลัวในสิ่งที่มนุษย์ไม่เคยรู้ ไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ (fear of the unknown) ส่วนคนที่ไม่รู้จักคธูลูหรือนิยายของเลิฟครั้งฟต์มาก่อน ก็อาจมองว่าเป็นไคจูหัวน้ำหมึกสักตัว

โชคร้ายที่ตอนสุดท้ายของเรื่อง เสมือนจบแล้วจบเลย นางเอกระเบิดฐานใต้น้ำที่ในที่สุดไปพร้อมคธูลูแล้วก็ลูกน้อง (อ้าว สปอยล์นิ่งเลย) มีตัวละครอื่นรอดตาย แล้วก็บริษัทฯ ที่สร้างฐานใต้น้ำก็มีแผนการจะสร้างฐานต่อ จะขุดเหมืองใต้สมุทรลึกถัดไป ฆ่าคนไปมีความเสี่ยงต่อไป แต่ว่าก็มิได้ทิ้งปมว่า อาจมีตัวประหลาดตัวอื่นๆคงเหลืออยู่อีก (ซึ่งหากว่ากันตาม lore ของเลิฟคราวฟต์จริง คธูลูเป็นอมตะ โดนระเบิดเพียงนี้ไม่ตายแน่ๆ แต่ว่าหนังมันก็มิได้อ้าๆจุดนี้ไว้)

สรุปว่า เป็นหนังมองเพลิดเพลินๆอีกหัวข้อ ใช้เวลาทุกนาทีเดินเรื่องอย่างคุ้ม อย่างต่ำก็ไม่ทำให้ผู้ชมเสียเวล่ำเวลาโดยไม่จำเป็น